
ฝังเข็ม คืออะไร?
ฝังเข็ม คือ การใช้เข็มฝังลงตาม “จุดฝังเข็ม” ซึ่งเรียงอยู่บนแนวเส้นลมปราณ เพื่อปรับสมดุลร่างกายชี่ให้สมดุลระหว่างหยิน หยาง และรักษาโรค ความผิดปกติ ที่อวัยวะต่างๆ ออกฤทธิ์ระงับความเจ็บปวด กระตุ้นการหลั่งสารสื่อประสาทที่มีฤทธิ์ระงับความเจ็บปวด ช่วยลดการหลั่งสารสื่ออักเสบชนิดต่างๆที่ทำให้เกิดความเจ็บปวด ทำให้บรรเทาอาการปวด ลดการอักเสบ ช่วยคลายกล้ามเนื้อที่หดเกร็ง ช่วยปรับสมดุลอวัยวะภายในร่างกาย
ส่วนจุดฝังเข็มบนร่างกายเพื่อการรักษานั้นจะแบ่งออกเป็น 3 ประเภทได้แก่
จุดฝังเข็มในระบบ หรือจุดในเส้นลมปราณ
ทั่วร่างกายมีจุดฝังเข็มทั้งสิ้น 670 จุด โดยเป็นจุดหลักในการฝังเข็ม
จุดฝังเข็มนอกระบบ หรือจุดนอกเส้นลมปราณ
ทั่วร่างกายมีจุดฝังเข็มประมาณ 48 จุด โดยเป็นจุดที่มีสรรพคุณในการรักษาเฉพาะโรค หรือใช้ร่วมกับจุดในเส้นลมปราณเพื่อรักษาก็ได้
จุดกดเจ็บ
เจ็บ เป็นจุดที่ไม่มีตำแหน่งแน่นอน เป็นจุดที่มักใช้รักษาอาการปวดต่างๆ
ความสัมพันธ์ของเส้นลมปราณกับการฝังเข็ม
เส้นลมปราณทำหน้าที่เชื่อมโยงระบบต่างๆ ทั่วทั้งร่างกายมนุษย์ให้ทำงานสอดคล้องกัน หากอธิบายให้เข้าใจง่ายขึ้น เส้นลมปราณก็คือ ศูนย์รวมเส้นประสาทของร่างกาย และเป็นทางไหลเวียนของเลือดและซี่นั่นเอง
แพทย์แผนจีนจะใช้เส้นลมปราณที่สัมพันธ์กับอวัยวะ หรือระบบต่างๆ เป็นช่องทางในการฝังเข็มเพื่อกระตุ้นการทำงานของอวัยวะ ได้รับการกระตุ้น มีการปรับตัว การทำงานก็จะดีขึ้น
ประโยชน์ที่รับหลังฝังเข็ม
ข้อดี
- การบรรเทาอาการปวด ลดการอักเสบของกล้ามเนื้อ
- ช่วยในการหดเกร็งของกล้ามเนื้อ
- กระตุ้นการไหลเวียนโลหิต
- ปรับสมดุลการทำงานของอวัยวะต่างๆ ในร่างกาย
- เสริมระบบภูมิคุ้มกัน
- ปรับการหลั่งฮอร์โมนต่างๆ เช่น เอนโดรฟิน
วิธีการฝังเข็ม
1. แพทย์ฝังเข็มจะใช้เข็มขนาดเล็กมาก
ฝังตามจุดฝังเข็มลงบนผิวหนังซึ่งการฝังเข็มแต่ละเล่ม แพทย์อาจใช้มือหมุนเข็มเพื่อกระตุ้นเล็กน้อย
2. ฝัง เข็มใช้เวลาประมาณ 20 ถึง 30 นาที
หรือขึ้นอยู่กับแพทย์รักษา
3. ควรฝังเข็มประมาณสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง
กันอย่างน้อย 8-10 ครั้ง เพื่อผลลัพธ์ที่ชัดเจน
*ระหว่างการฝังเข็ม ผู้เข้ารับการฝังเข็มจะรู้สึกปวดหน่วงๆ นิดๆ หรือรู้สึกชาเล็กน้อยถือเป็นเรื่องปกติ



กลุ่มบุคคลที่มีข้อห้ามหรือต้องแจ้งแพทย์เป็นพิเศษ
– สตรีมีครรภ์ หรือกำลังอยู่ในช่วงมีประจำเดือน (โดยเฉพาะหญิงตั้งครรภ์ เพราะบางจุดอาจกระตุ้นการคลอดก่อนกำหนด)
– ผู้ที่มีความผิดปกติของการแข็งตัวของเลือด เช่น เป็นโรคฮีโมฟีเลีย หรือกำลังรับประทานยาละลายลิ่มเลือด (Anticoagulants) เพราะอาจเกิดรอยฟกช้ำหรือเลือดออกง่าย
– ผู้ที่ใส่เครื่องกระตุ้นการเต้นของหัวใจ (Pacemaker) เพราะห้ามรักษาด้วยการกระตุ้นเข็มด้วยไฟฟ้า
– ผู้ป่วยโรคมะเร็ง (ที่ยังไม่ได้รับการรักษา)
– ผู้ป่วยที่ต้องได้รับการผ่าตัดอย่างเร่งด่วน เช่น ไส้ติ่งอักเสบ
– ผู้ที่มีประวัติแพ้โลหะ
– ผู้ป่วยที่มีความดันโลหิตสูงมาก (ควรวัดความดันก่อนฝังเข็ม)
– ทารก เด็กเล็ก หรือผู้ป่วยที่ไม่สามารถให้ความร่วมมือในการรักษาได้
การเตรียมตัวก่อนและหลังการฝังเข็ม
ก่อนทำ
– ควรรับประทานอาหารให้อิ่มพอดี (ไม่มากหรือน้อยเกินไป) ประมาณ 1-2 ชั่วโมงก่อนเข้ารับการรักษา เพื่อป้องกันอาการหน้ามืดเป็นลม และควรพักผ่อนให้เพียงพอ
ขณะทำ
– หากมีอาการผิดปกติ เช่น ปวดมากขึ้น หน้ามืด ใจสั่น หรือเป็นลม ควรรีบแจ้งแพทย์หรือพยาบาลทันที และ ไม่ควรขยับเขยื้อน บริเวณที่มีการปักเข็ม
หลังทำ
– หลีกเลี่ยง การกระทบกับลมเย็น หรือตากแอร์โดยตรง
– ไม่ควรอาบน้ำ หรือล้างหน้าทันที หลังฝังเข็ม (หากมีการครอบแก้วร่วมด้วย อาจจะต้องเว้น 4 ชั่วโมง)
– หลีกเลี่ยง การดื่มน้ำเย็น น้ำแข็ง ของมัน ของทอด
– งดการออกกำลังกายหนัก หรือการดื่มแอลกอฮอล์

ครอบแก้ว คืออะไร?
การครอบแก้ว คือศาสตร์การรักษาตามหลักการแพทย์แผนจีนที่มีมายาวนาน เป็นวิธีการบำบัดที่ช่วยฟื้นฟูร่างกายจากความอ่อนล้าและความเจ็บปวด
โดยอาศัยหลักการสร้างสุญญากาศเพื่อดูดผิวหนังและกล้ามเนื้อขึ้นมา ช่วยลดแรงกดทับปัญหาหลักคือ การกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดและพลังงาน (ชี่) ในบริเวณที่ติดขัด เพื่อสลายการติดขัดของเลือดและลมปราณให้กลับมาสมดุล
ประโยชน์หลักที่ได้รับจากการครอบแก้ว
การครอบแก้วเป็นทางการแพทย์ทางเลือกที่ได้รับความนิยม ช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อ เพิ่มการไหลเวียนของโลหิตในร่างกาย บรรเทาอาการปวดและออฟฟิศซินโดรม ช่วยคลายกล้ามเนื้อที่ถูกเกร็งหรืออักเสบ โดยเฉพาะบริเวณหลัง ไหล่ คอ และขา และกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดไปยังกล้ามเนื้อที่บาดเจ็บ ทำให้เซลล์เนื้อเยื่อสามารถซ่อมแซมตัวเองได้ดีขึ้น ลดอาการปวดเรื้อรัง ขับของเสียและกระตุ้นการไหลเวียน ช่วยดึง “เลือดคั่ง” หรือของเสียที่สะสมอยู่ในชั้นกล้ามเนื้อออกสู่ผิวหนัง เพื่อให้ร่างกายกำจัดออกได้ง่ายขึ้น ปรับสมดุลเลือดลมให้ไหลเวียนสะดวก ลดภาวะเลือดติดขัด เสริมสร้างภูมิคุ้มกันและระบบทางเดินหายใจ ตามศาสตร์แพทย์แผนจีน เชื่อว่าสามารถช่วยเสริมระบบภูมิคุ้มกัน และบรรเทาอาการของโรคที่เกี่ยวข้องกับระบบทางเดินหายใจบางชนิด เช่น ไข้หวัด หอบหืด หรือหลอดลมอักเสบ ความผ่อนคลายและส่งเสริมความงาม ช่วยผ่อนคลายความตึงเครียดของจิตใจ กระตุ้นการไหลเวียนของโลหิต ทำให้ผิวพรรณดูเปล่งปลั่ง มีเลือดฝาด
การครอบแก้ว เหมาะสำหรับใคร?
ผู้ที่ประสบปัญหา Office Syndrome และอาการปวดเรื้อรัง หากคุณต้องนั่งทำงานเป็นเวลานาน หรือมีกิจวัตรที่ทำให้กล้ามเนื้อบริเวณคอ บ่า ไหล่ และหลังเกิดการเกร็งตัวและตึงสะสม การครอบแก้วช่วย “คลาย” กล้ามเนื้อที่หดเกร็งอย่างล้ำลึก ช่วยลดอาการปวดหัวจากคอ และอาการปวดหลังที่รบกวนชีวิตประจำวันได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ผู้ที่ต้องการฟื้นฟูการไหลเวียนโลหิต ความเครียดและการใช้ชีวิตที่เร่งรีบอาจทำให้เลือดและของเสียสะสมอยู่ในกล้ามเนื้อ การครอบแก้วช่วยดึงของเสียเหล่านี้ (หรือที่เรียกว่าเลือดคั่งในทางแพทย์แผนจีน) ออกมาสู่ชั้นผิว เพื่อให้ร่างกายสามารถกำจัดออกไปได้ง่ายขึ้น ส่งผลให้การไหลเวียนดีขึ้น ร่างกายรู้สึกเบาสบาย และผิวพรรณดูเปล่งปลั่งขึ้น
นักกีฬาและผู้ที่ออกกำลังกายหนัก การครอบแก้วช่วยเร่งกระบวนการฟื้นตัวของกล้ามเนื้อหลังการออกกำลังกายหนัก ลดการอักเสบและบรรเทาอาการบาดเจ็บเล็กน้อย ทำให้กล้ามเนื้อผ่อนคลายและพร้อมใช้งานในระยะเวลาที่เร็วขึ้น
ผู้ที่ต้องการการผ่อนคลายอย่างล้ำลึก นอกจากการบำบัดทางกายแล้ว การครอบแก้วยังช่วยกระตุ้นระบบประสาทให้เข้าสู่สภาวะผ่อนคลาย (Parasympathetic State) ช่วยลดความตึงเครียดของจิตใจ และส่งเสริมคุณภาพการนอนหลับให้ดียิ่งขึ้น
คำแนะนำหลังการครอบแก้ว
หลังจากการครอบแก้ว ร่างกายจะอยู่ในช่วงของการปรับสมดุล โปรดปฏิบัติตามคำแนะนำเหล่านี้เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด
- หลีกเลี่ยงน้ำและความเย็น งดการอาบน้ำ หรือการแช่/ลุยน้ำโดยตรงเป็นเวลาอย่างน้อย 2–4 ชั่วโมง เพื่อป้องกันความเย็นเข้าสู่ร่างกายผ่านรูขุมขนที่เปิดกว้าง
-
รอยแดงจะค่อยๆ จางหายไปเองภายใน 3-7 วัน
(ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของแต่ละบุคคล) - ดื่มน้ำอุ่นและพักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อช่วยให้ร่างกายระบายของเสียได้ดียิ่งขึ้น

การกระตุ้นเข็มด้วยไฟฟ้า คืออะไร?
Priscilla Clinic เรายกระดับการรักษาด้วยศาสตร์แพทย์แผนจีนไปอีกขั้น ด้วยเทคนิคเฉพาะทาง การกระตุ้นเข็มด้วยไฟฟ้า (Electroacupuncture – EA) ซึ่งเป็นการผสานความรู้โบราณของการฝังเข็ม เข้ากับพลังงานไฟฟ้าความถี่ต่ำที่ทันสมัย เพื่อให้เกิดการบำบัดที่ลึกซึ้ง แม่นยำ และมีประสิทธิภาพสูงสุด
EA เป็นการรักษาที่เน้นการปรับสมดุลของพลังงาน (ชี่) และเลือดลมในร่างกาย โดยการปล่อยกระแสไฟฟ้าอ่อนโยนผ่านเข็มฝังเข็มที่ปักบนจุดลมปราณ ช่วยเสริมให้กล้ามเนื้อ เส้นประสาท และการไหลเวียนโลหิตทำงานได้อย่างเต็มที่
กลไกที่ทำให้ Electroacupuncture ทรงพลัง
การกระตุ้นเข็มด้วยไฟฟ้า
การกระตุ้นเข็มด้วยไฟฟ้ามีหลักการทำงานที่พิสูจน์ได้ทางวิทยาศาสตร์ ซึ่งสร้างความแตกต่างจากการฝังเข็มแบบดั้งเดิม
การปลดปล่อยสารระงับปวดตามธรรมชาติ (Endorphin Release):
กระแสไฟฟ้าจะกระตุ้นให้สมองและระบบประสาทหลั่งสารสื่อประสาทระงับปวดที่ทรงพลังอย่าง เอนดอร์ฟิน (Endorphin) ออกมาในปริมาณที่สูงกว่าปกติ ทำให้เกิดการบรรเทาอาการปวดได้อย่างยาวนานและลดการพึ่งพายา
การคลายตัวของกล้ามเนื้ออย่างมีจังหวะ
ไฟฟ้าความถี่ต่ำจะเหนี่ยวนำให้กล้ามเนื้อเกิดการหดและคลายตัวอย่างสม่ำเสมอ ช่วยคลายจุดปมที่ตึงเกร็ง (Trigger Points) ที่ฝังลึกได้ดีเยี่ยม และเพิ่มการไหลเวียนของออกซิเจนและสารอาหารไปยังบริเวณที่บาดเจ็บอย่างรวดเร็ว
การฟื้นฟูระบบประสาท EA
มีประสิทธิภาพในการกระตุ้นเส้นประสาทที่อ่อนแรงหรือเสียหายให้กลับมาทำงานได้ดีขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการรักษาอาการที่เกี่ยวข้องกับระบบประสาทส่วนปลาย
ข้อดี และข้อเสีย Electroacupuncture (EA)
ข้อดี
- เพิ่มประสิทธิภาพในการระงับปวด ให้ผลลัพธ์ที่ชัดเจนและรวดเร็วกว่า โดยเฉพาะในผู้ป่วยที่มีอาการปวดเรื้อรังรุนแรง
- ความแม่นยำและสม่ำเสมอ การกระตุ้นด้วยไฟฟ้ามีความคงที่และแม่นยำกว่าการกระตุ้นด้วยมือของแพทย์ ซึ่งช่วยให้การรักษาได้ผลลัพธ์ที่คาดการณ์ได้ง่าย
- ครอบคลุมการรักษาที่หลากหลาย นอกจากอาการปวดแล้ว ยังสามารถปรับใช้กับความงาม การฟื้นฟูระบบประสาท และการปรับสมดุลร่างกายได้ดี
- ลดผลข้างเคียงจากยา เป็นทางเลือกที่ดีเยี่ยมในการลดการใช้ยาแก้ปวดและยาต้านการอักเสบในระยะยาว
ข้อเสีย
การกระตุ้นเข็มด้วยไฟฟ้าจัดว่ามีความปลอดภัยสูง แต่เช่นเดียวกับการรักษาทางการแพทย์อื่นๆ อาจมีผลข้างเคียงที่ไม่รุนแรงและหายได้เอง
- รอยฟกช้ำเล็กน้อย (Bruising) อาจเกิดขึ้นได้ในบริเวณที่ปักเข็ม โดยเฉพาะในผู้ที่มีภาวะเลือดออกง่าย หรือผู้ที่รับประทานยาบางชนิด แต่รอยช้ำจะจางหายไปเองภายในไม่กี่วัน
- อาการตึงหรือเจ็บเล็กน้อย อาจมีอาการตึงบริเวณกล้ามเนื้อที่ถูกกระตุ้นเล็กน้อย หรือรู้สึกเจ็บคล้ายไฟฟ้าสถิต แต่แพทย์จะปรับความแรงของกระแสไฟฟ้าให้อยู่ในระดับที่รู้สึกสบาย
- อาการอ่อนเพลีย ลูกค้าบางรายอาจรู้สึกผ่อนคลายมากจนอ่อนเพลียเล็กน้อยหลังการรักษา ซึ่งเป็นผลจากการที่ร่างกายเข้าสู่สภาวะผ่อนคลาย
Electroacupuncture เหมาะกับใคร และรักษาอะไรได้บ้าง?
– อาการปวดเรื้อรังและอักเสบ จัดการกับอาการปวดที่รุนแรงและเรื้อรังได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น ไมเกรน, ปวดหลังส่วนล่าง, ปวดเข่า, ปวดไหล่เรื้อรัง, และอาการปวดจาก ออฟฟิศซินโดรม
– การฟื้นฟูระบบประสาท เร่งการฟื้นตัวของอาการ ใบหน้าเบี้ยวครึ่งซีก (Bell’s Palsy) หรือช่วยฟื้นฟูการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อในผู้ป่วย อัมพฤกษ์/อัมพาต
– การแพทย์ความงาม (Facial Electroacupuncture) ที่ Priscilla Clinic เราใช้ EA ในการกระตุ้นใบหน้าเพื่อส่งเสริมการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินอย่างล้ำลึก ช่วย ลดเลือนริ้วรอย และ ยกกระชับใบหน้า ให้ดูอ่อนเยาว์และสดใส
– การปรับสมดุลร่างกาย ช่วยในการ ควบคุมน้ำหนัก โดยการปรับสมดุลการเผาผลาญ และช่วยลดความเครียด วิตกกังวล ที่ส่งผลต่อการนอนหลับ
การดูแลตัวเองหลังการรักษาด้วย Electroacupuncture
เพื่อให้ร่างกายฟื้นฟูได้อย่างเต็มที่และยืดอายุผลการรักษา ควรปฏิบัติตามคำแนะนำเหล่านี้
- การพักผ่อน หลังทำควรรีบกลับไปพักผ่อน ไม่ควรทำงานหนัก หรือออกกำลังกายที่ต้องใช้กำลังมากทันที เพื่อให้ร่างกายได้ปรับสมดุลอย่างสมบูรณ์
- การดื่มน้ำ ควรดื่มน้ำอุ่นหรือน้ำอุณหภูมิห้องให้เพียงพอ เพื่อช่วยในการขับของเสียที่ถูกกระตุ้นให้ออกมา
- การสังเกตอาการ หากมีรอยฟกช้ำที่เกิดขึ้น ควรหลีกเลี่ยงการนวดหรือกดบริเวณนั้นอย่างรุนแรง และควรแจ้งให้แพทย์ทราบหากมีอาการผิดปกติอื่นๆ ที่กังวล
ข้อควรระวังสำคัญ (ห้ามทำในกลุ่มบุคคลเหล่านี้)
- ผู้ที่ใส่เครื่องกระตุ้นการเต้นของหัวใจ (Pacemaker) หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ในร่างกาย
- สตรีมีครรภ์
- ผู้ป่วยโรคลมชัก หรือมีประวัติเป็นลมชัก
- ผู้ป่วยโรคหัวใจที่รุนแรง หรือผู้ที่มีความผิดปกติของจังหวะการเต้นของหัวใจ
การกระตุ้นเข็มด้วยไฟฟ้า ที่ Priscilla Clinic คือการลงทุนในสุขภาพที่ดีอย่างยั่งยืน ให้เราช่วยคุณฟื้นฟูความสมดุลของร่างกายและผิวพรรณอย่างเป็นธรรมชาติ